counter for tumblr

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์-พระกริ่ง มีมาแต่โบราณ ประวัติพระกริ่ง เริ่มขึ้นที่ในประเทศทิเบต และจีน จึงเรียกติดปากว่า พระกริ่งทิเบต และพระกริ่งหนองแส พระกริ่ง เป็น พระพุทธเจ้าปางมาช่วยโปรดสัตว์โลก หรือเรียกกันว่า “พระไภสัชคุรุ” เป็น พระพุทธเจ้าปางหนึ่งของลัทธิมหายาน ซึ่งหมายความว่า ทรงเป็นครูในด้านเภสัช คือ การรักษาพยาบาล ต่อมาได้แพร่หลายมาก นิยมสร้างในเขมร เรียกว่า พระกริ่งอุบาเก็ง หรือ พระกริ่งพนมบาเก็ง และพระกริ่งพระปทุมสุริยวงศ์

พระชัย หรือ พระชัยวัฒน์ ประจำรัชกาล นับเป็นพระคู่บุญญาธิการแห่งองค์พระมหากษัตริยาธิราชมาตั้งแต่อดีตกาล ด้วยมงคลนามแห่ง “ชัย” หรือ “ชินะ” อันหมายถึง การมีชัยชนะเหนือข้าศึกศัตรู องค์พระยังมักสร้างเป็นปางมารวิชัยอันเป็นปางปราบมาร รวมทั้งคำว่า “วัฒน์” ยังหมายถึงความยั่งยืนและสืบเนื่องไม่หยุดยั้ง ดังนั้น คำว่า พระชัยวัฒน์ จึงเป็นความหมายที่เป็นสิริมงคลยิ่งอันสื่อถึงการชนะที่ไม่รู้จักการพ่ายแพ้ ตลอดไป

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

คติการสร้างพระชัยประจำองค์กษัตรย์ ปรากฏหลักฐานเมื่อครั้งสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยผู้เป็นต้นตำรับการสร้างได้แก่สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ซึ่งเป็นเจ้าคณะฝ่ายอรัญวาสี เชี่ยวชาญในวิปัสนาธุระและพิธีกรรมเป็นที่ยิ่ง ในระยะแรก “พระชัย” คงจะสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์แห่งการอวยชัยให้พระในการได้รับชัยชนะจากข้า ศึกศัตรู ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงโปรดฯ ให้สร้างพระชัยขนาดย่อมพอที่จะประทับประดิษฐานบนหลังช้าง

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

เพื่ออัญเชิญไปเป็น มิ่งขวัญยามออกศึกหรือทำพิธีตัดไม้ข่มนามก่อนออกศึกจึงเรียกกันว่า “พระชัยหลังช้าง” ต่อมาจึงได้โปรดฯ ให้สร้างพระชัยในลักษณาการพระพุทธรูปขนาดเขื่องขึ้นเพื่อประดิษฐานเป็นมิ่ง ขวัญในเขตพระบรมมหาราชวังคู่กันกับพระชัยหลังช้าง และโปรดฯ ให้เรียกว่า พระชัยประจำรัชกาล จนกลายเป็นราชประเพณีสืบต่อกันมา แม้ภายหลังจะไม่ต้องอัญเชิญประดิษฐานบนหลังช้างทรงแล้ว ก็ยังคงมีการสร้างพระชัยเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลเรื่อยมา

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

ในคราวที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 3 รอบในปีพุทธศักราช 2506 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบทอดพระราชพิธีโบราณโดยการสร้างพระชัยประจำรัชกาลขึ้น โดยมีนายพิมาน มูลประมุขเป็นประติมากรปั้นหุ่น โดยทรงบรรจุดวงพระชะตาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในองค์พระชัย และทรงประกอบพิธีสมโภชในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2506 ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นับเป็นการจัดสร้างพระชัยประจำรัชกาลตรงตามตำรับและพิธีที่มีมาแต่โบราณ สำหรับองค์พระมหากษัตริยาธิราชเจ้าโดยเฉพาะ

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ประดิษฐานภายในหอพระสุราลัยพิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง ขนาดหน้าตักกว้าง 17.50 ซม. เฉพาะองค์พระสูง 22.50 ซม. สูงจากฐานถึงยอดฉัตร 58.10 ซม. สร้างด้วยทองคำ ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 9

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พระชัยวัฒน์

พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งแบบวัชราสนะ คือ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายวางเหนือพระเพลา ทรงตาลปัตร และพระหัตถ์ขวาชี้ลงพระธรณ๊ในลักษณาการมารวิชัย นิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวเสมอกัน ตรงตามคัมภีร์มหาปุริษลักขณะ พระพักตร์เป็นรูปไข่ผ่าซีกละม้ายศิลปะสุโขทัยที่เรียกว่า “หน้านาง” พระนลาฎกว้าง พระขนงโก่ง พระเนตรมองลงยังเบื้องล่าง พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เรียว และพระกรรณยาวเกือบจรดพระอังสะ

พระเศียรประกอบด้วยเม็ดพระศกเป็นตุ่มขนาดเล็ก เกตุมาลาและรัศมีรูปเปลวเพลิง องค์พระพุทธรูปครองอุตราสงค์เรียบห่มเฉียงมีชายอุตราสงค์พาดบนพระอังสะซ้าย ห้อยยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นลายเขี้ยวตะขาบ อันเป็นพุทธเอกลักษณ์ของศิลปะสุโขทัย ที่สื่อถึงความสุขความเจริญ อันตรวาสกที่ทรงเรียบไม่มีริ้ว

โดยปรากฎขอบที่ข้อพระบาททั้งสองข้าง ตาลปัตรที่ทรงถือมีลักษณะเรียวแหลมคล้ายรูปใบโพธิ์หล่อด้วยเงินจำหลักลาย พระพุทธรูปประทับนั่งเหนือฐานปัทม์ประกอบด้วยกลีบบัวหงายซ้อนกันสามชั้น ชั้นล่างเป็นฐานขาสิงห์อันสื่อถึงฐานของเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อแบบ ไตรภูมิ และฐานเขียงจำหลักคำจารึก เบื้องหน้าฐานมีผ้าทิพย์ขนาดใหญ่จำหลักลายลงยาสี ห้อยปกคลุมฐานปัทม์และฐานขาสิงห์ เหนือองค์พระพุทธรูปกางกั้นด้วยฉัตรทองคำฉลุลาย 5 ชั้น อันนับเป็นพุทธลักษณะที่งดงามเป็นที่ยิ่ง

สำหรับคำจารึกด้านหน้าที่ฐานพระพุทธรูป มีว่า
‘มานสํ วีรยํ ภูมิเว อิทฺธิยา พลํ
อิทฺธึคโต ส รญฺเชติ ปณฺฑิโต ชยวฑฺฒโน”

จารึกด้านหลัง มีว่า
“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงหล่อเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๐๖”

โดยปกติ พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาลที่ 9 นี้ จะนำออกประดิษฐานในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลและวันเฉลิมพระชนมพรรษา นับเป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญในรัชกาลปัจจุบันที่ช่วยอภิบาลพิทักษ์รักษาตลอด จนประสิทธิประสาทพรให้กับองค์พระมหากษัตริย์และพสกนิกรของพระองค์ตลอดมา

ขอบคุณภาพประกอบจาก www.oknation.net/blog/nanahahe
แหล่งข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง :โดย ราม วัชรประดิษฐ์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*


*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

สถิติเว็บไซต์

ความเห็นล่าสุด

Tadarab Fanpage

Dezmonde